“วิ่ง” อย่างไร ช่วยให้ “อายุยืน”

ทุกวันนี้การออกกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังในร่มและกลางแจ้งล้วนแต่ก่อให้เกิดผลดีกับร่างกายทั้งนั้น ทำให้สุขภาพดี ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย ช่วยทำให้หุ่นดี เป็นต้น แล้วทุกคนเคยคิดไหมว่าการออกกำลังกายนั้นเราทำไปเพื่อจุดประสงค์อะไร แล้วการที่เราออกกำลังทุกวันนั้นช่วยให้เรามีอายุที่ยืนได้จริงหรือไม่ วันนี้เราจะมาหาคำตอบกัน

ออกกำลังกายแบบไหนที่ทำให้เราอายุยืน?

การออกกำลังกายสามารถออกได้หลายวิธีวันนี้เราจะนำเสนอการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุดและเป็นชนิดกีฬาที่ทุกคนสามารถเล่นได้แถมยังทำให้อายุยืนอีกด้วย กีฬาที่จะพูดถึงคือ การวิ่ง การวิ่งนั้นวิ่งได้หลายระดับเริ่มตั้งแต่การวิ่งในระดับเริ่มต้น การวิ่งในระดับปานกลาง การวิ่งในระดับความเร็ว การวิ่งในระดับต่างๆ ที่กล่าวมานั้นทุกคนสามารถทำได้ทุกเพศทุกวัยจริงๆ แถมยังช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ และแถมยังช่วยอายุยืนอีกด้วย

ได้มีงานวิจัยหลายๆงานวิจัยได้พูดถึงเกี่ยวกับการออกกำลังกายด้วยการวิ่งว่าการวิ่งในระดับปานกลางนั้น ไม่ได้ออกกำลังอย่างอื่นเพิ่มด้วยนั้น สามรถช่วยลดอัตราความเสี่ยงในการเสียชีวิตได้มากถึง 30% เมื่อเอามาเปรียบเทียบกับการออกกำลังกายชนิดอื่นๆ

รวมไปถึงงานวิจัยยังค้นพบว่าการออกกำลังด้วยการวิ่งนั้น ร่วมกับการออกกำลังอย่างอื่นร่วมด้วยนั้น สามารถช่วยลดอัตราการเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ถึง 43 % โดยได้มีการพิสูจน์ด้วยงานวิจัยว่าจากการออกกำลังกายในแบบอื่นๆ เช่น  วิ่ง เดินเร็ว ว่ายน้ำ เล่นเทนนิส เป็นต้น ผลปรากฏว่าการมีการวิ่ง การเดินเร็ว และการเล่นเทนนิสเท่านั้นที่สามารถช่วยลดอัตราความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจได้ดีกว่าการเล่นกีฬาชนิดอื่นๆ

วิ่งอย่างไร วิ่งนานแค่ไหน ถึงช่วยให้อายุยืน

การวิ่งที่สามารถช่วยให้อายุยืนนั้นคือการวิ่งในระดับปานกลาง หรือการวิ่งแบบเบาๆ Jogging และควรใช้เวลาตามนี้

  1. ก่อนที่เราจะเริ่มวิ่งนั้น เราควรอบอุ่นร่างกายด้วยท่าบริหารร่างกาย เน้นส่วนข้อต่อต่างๆของร่ากาย เช่น ข้อเข่า ข้อเท้า สะโพก เอว โดยใช้เวลาในการอบอุ่นร่างกาย 5-10 นาที
  2. ในการวิ่งควรเลือกสวมชุดที่เหมาะกับสภาพร่างกาย สามารถช่วยระบายอากาศได้ดี และรองเท้าที่ใส่สำหรับการวิ่งควรเป็นรองเท้าที่เหมาะสมกับการวิ่งเท่านั้น ชุดวิ่ง รองเท้าควรอยู่มนสภาพที่สมบูรณ์ ผูกเชือกรองเท้าให้กระชับกับเท้าของเราไม่แน่น ไม่หลวมจนเกินไป
  3. เราควรเริ่มต้นด้วยการวิ่งเยาะๆ ช้าๆ เราสามรถเปิดดุนาฬิกาข้อมือเพื่อดูอัตราการเต้นของหัวใจ ตรวจดูในระยะความเร็วที่อัตราการเต้นของหัวใจค่อยๆเพิ่มอย่างช้าๆ ใช้เวลาในการวิ่ง 10-15 นาทีในอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ 144-133 BMP จากนั้นค่อยๆเพิ่มความเร็ว เร่งความเร็วของหัวใจ อีก 10-15 นาที ในอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ 133-152 BMP
  4. ในระหว่างที่เรากำลังวิ่งอยู่นั้น เราควรพยายามรักษาระดับความเร็วให้คงที่ หายใจเข้าปกติ หากหายใจไม่ทันควรค่อยๆผ่อนความเร็วลงมา
  5. เริ่มวิ่งใหม่ๆอาจจะไม่สามารถการวิ่งจ๊อกกิ้งระดับกลางได้ติดต่อกัน 20-30 นาที สามรถลดความเร็วลงแล้วเปลี่ยนเป็นดารเดินสลับกับการวิ่งได้ เมื่อหายเหนื่อยค่อยๆเริ่มต้นใหม่
  6. วิ่งเสร็จอย่าลืมลดเวลา ยืดคลายกล้ามเนื้อ 5-10 นาที
  7. ถ้าหากมีอาการบาดเจ็บในจุดสำคัญ เช่น ข้อเท้า ข้อเข่า ไม่ควรวิ่ง เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายมากยิ่งขึ้น

เป็นอย่างไรกันบ้างกับการวิ่งที่ช่วยให้สุขภาพของเราดีขึ้นและยังสามารถช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของเราดีขึ้นอีกด้วยแถมยังช่วยให้อายุของเรานั้นอายุยืนอีกด้วย หลายๆคนอาจจะเริ่มการออกกำลังกาย ถ้าใครยังคิดไม่ออกแนะนำเริ่มจากวิ่งเลย เพราะเป็นกีฬาที่ไม่มีความวซับซ้อนแถมสามารถทำได้โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไรมากมาย

 

เรียบเรียงโดย : Ads-tickets