วิธีการฝึกม้าให้เชื่องและฟังคำสั่งได้ดี ก่อนที่จะนำไปแข่งขัน

Train horses

วิธีการฝึกม้าให้เชื่อง

การฝึกม้าใหม่นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ยากและเป็นวิธีที่สำคัญมากเพราะม้าที่จะนำมาขี่นั้นมีทั้งม้าดี ม้าเกเร ที่เหมือนกับเด็กนักเรียนที่ต้องใช้จิตวิทยาในการฝึกสอน

ต้องมีทั้งพระเดชและพระคุณ โดยในขั้นเริ่มแรกนั้น จะต้องเน้นในเรื่องของพระคุณ เช่นการปลอบ และการให้รางวัล หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงกับม้าเพราะจะทำให้ม้าเกิดความรู้สึกไม่ดีแล้วจะกลายเป็นม้าที่เกเรได้

แล้วอีกอย่างการฝึกม้าต้องใจเย็นมากๆ กว่าจะฝึกได้แต่ล่ะอย่างทำเอาผู้ฝึกและม้าเหนื่อยกันไปตามกันๆ ค่อยๆ ให้บทเรียนทีละเล็กทีละน้อยทำซ้ำๆ หลายครั้งม้าก็จะเกิดความทรงจำแล้วเข้าใจพร้อมที่จะรับฟังคำสั่งต่อไปจากผู้ฝึก

การจูง

1.) เริ่มต้นด้วยการใส่ขลุมจูงที่มีขนาดเหมาะสมกับม้า และใช้เชือกยาวต่อสำหรับจูง ใน 2-3 วันแรกนั้น ผู้ฝึกควรจะจูงม้าให้ได้ทั้งสองข้าง เดินไปแล้วหมั่นหยุดพูดปลอบและคุยกับม้า ให้ของรางวัลพวกน้ำตาลก้อน หญ้า ทั้งนี้เพื่อให้ม้าเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจและคุ้นเคยกับเสียงกับสัมผัสของผู้ฝึกซึ่งจะทำให้ม้าคุ้นเคยกับเรามากขึ้น

2.) บทเรียนบทแรกนั้นควรกระทำในพื้นที่ๆ สงบซึ่งม้าจะได้ไม่ตื่นตกใจหรือวอกแวก หากม้าตื่นกลัวในสิ่งหนึ่งสิ่งใด อย่าบังคับขืนใจม้าต่อไป ต้องค่อยๆ ปลอบและควบคุมไว ้ให้เกิดความมั่นใจและไม่กลัวหรือระแวง แล้วจึงค่อยๆแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่เขากลัวนั้น ไม่ได้ทำอันตรายเขาเลย

3.) เมื่อสามารถจูงม้าได้ทั้ง 2 ทางแล้ว ควรจะได้ฝึกขลุมขี่(ถอดสายบังเหียนออก) เพื่อให้ม้ายอมรับเหล็กปาก ประมาณวันละไม่เกิน 1 ชั่วโมง ถ้ามากไปกว่านี้จะกลายเป็นการทรมานม้าโดยจะต้องระมัดวังพอสมควร อย่าให้ม้าเอาลิ้นพาดไว้บนเหล็กบังเหียนได้ ควรจะได้ตรวจปากม้าทุกวัน

เพื่อได้ทราบว่าปากม้าไม่มีแผลหรือบาดเจ็บถ้ามีแผลเกิดขึ้นต้องทายาให้มัน เมื่อเห็นว่าม้าเริ่มคุ้นเคยกับเหล็กปากแล้ว ควรจะใส่เพิ่มในเวลาที่ม้าอยู่ในคอกอีกประมาณวันละ 1 ชั่วโมง แล้วควรจะให้กินอาหารในเวลาที่เหล็กบังเหียนอยู่ในปากด้วย สิ่งนี้เป็นประโยชน์ในการกันมิให้ม้าพยายามเอาลิ้นพาดไว้บนเหล็กปาก ในระหว่างการบังคับ

วิธีตีวง

  1. การตีวง
  • สายบังเหียนหรือเชือกตีวงมีความยาวประมาณ 24 ฟุต ผูกติดกับห่วงที่ขลุมจูง หรือห่วงขลุมทำวง ในบทเรียนแรกๆ นั้นจะต้องมีผู้ช่วยจูงเดินไปเป็นวงกลมในรัศมี 15 ฟุตก่อน ผู้ฝึกถือปลายเชือกตีวงเคลื่อนที่ไปตามการเคลื่อนที่ของม้าเป็นรูปวงกลม
  • ในการตีวงทางซ้าย สายเชือกบังเหียนควรจะม้วนเอาไว้ในมือซ้ายถือให้ห่างจากตัว นิ้วมือ, มือ ศอก และแขนอ่อนไปตามจังหวะม้าไม่ควรใช้วิธีการกระชาก
  • ผู้ฝึกควรพยายามรักษาให้เชือกบังเหียนสัมผัสอยู่เสมอคล้ายเมื่อเวลาขี่ หากม้าขี่เล่นหรือแหกวง จะต้องกำเชือกบังเหียนไว้ด้วยนิ้วให้แน่นและดึงเข้ามาชิดตัว เมื่อจำเป็นก็ใช้มือขวาถือเชือกบังเหียนไว้ข้างหน้าตัว หลังมืออยู่ข้างบนมือขวานั้นใช้ถือแส้ให้ปลายแส้ชี้ไปทางหลัง ไม่ควรใช้แส้แต่ควรแสดงให้ม้าเห็นในเวลาที่ม้าไม่ยอมเคลื่อนที่ไปข้างหน้าถ้าขลุมจูงม้าพาดนัยตาม้า เชือกบังเหียนก็ควรจะเปลี่ยนไปผูกกับห่วงของขลุมจูงที่ใต้ตาม้า
  • จะต้องควรระมัดระวังให้หัวม้าโค้งที่ตรงประมาณหลังท้ายทอยให้ทิศทางที่ม้ากำลังเคลื่อนที่ไปและต้องดูให้ขาหลังวางไปตาม ทางของขาม้า เมื่อม้าคุ้นเคยกับการตีวงและเคลื่อนที่ไปตามคำสั่งโดยไม่ต้องใช้ผู้ช่วยแล้ว
  • ผู้ฝึกควรจะลดการเดินตามเป็นวงของตนลง จนกระทั่งยืนอยู่กับที่ ณ จุดศูนย์กลางของวงกลม ซึ่งมีรัศมี 20 ฟุต แล้วหมุนไปตามการเคลื่อนที่ของม้ากล่าวคือเมื่อเชือกวนม้าถึงก็ยกเท้าข้ามเชือกแล้วควบคุมม้าอยู่กับที่เท้าซ้ายของผู้ฝึก (เมื่อตีวงทางในซ้าย) อยู่ที่จุดศูนย์กลางของวงกลม ส่วนเท้าขวาเคลื่อนที่รอบเท้าซ้ายไหล่ขวาของผู้ฝึกอยู่ตรงแนวเดียวกันประมาณไหล่ซ้ายของม้าง. ควรตีวงม้าให้ได้เท่าๆ กันทั้ง 2 ทาง และในการตีวงในทางหนึ่งๆ ก่อน เปลี่ยนไม่ควรเกินข้างละ 5 นาที
  1. ขั้นของการตีวง

ขั้นที่ 1

ใช้เวลาจาก 6-7 บทเรียน ในขั้นนี้ผู้ฝึกควรจะได้มีผู้ช่วยไว้ 1 คน หน้าที่ของผู้ช่วยก็เพื่อช่วยให้ม้าใหม่รู้จักฟังคำสั่งของผู้ฝึก ผู้ช่วยไม่จำเป็นต้องช่วยพูดคำสั่งออกจากปากผู้ฝึกแต่ผู้เดียวเท่านั้น

หน้าที่ของผู้ช่วยเพียงแต่ช่วยในการให้รางวัลอาหารจากย่าม ให้ม้าหยุดหรือควบคุมการเคลื่อนที่ให้เป็นไปตามคำสั่งของผู้ฝึกไม่มีกฎเกณฑ์ที่แน่นอนเกี่ยวกับที่อยู่ของผู้ช่วย เพราะม้าที่ขอบหันเข้าข้างใน ผู้ช่วยก็ควรจะอยู่ด้านใน สำหรับม้าที่ชอบหันออกข้างนอก ผู้ช่วยก็ควรอยู่ข้างนอก ในขั้นที่ 1 ผู้ช่วยจะต้องจับขลุมจูงอยู่ตลอดเวลา

หมายเหตุ

  • เสียง เสียงคำสั่งที่สั่งให้ “เดิน” “วิ่งเรียบ” และหยุด ต้องแน่นอน การออกเสียงแต่ละอย่างต้องแตกต่างกัน เช่นคำว่า “เดิน” “วิ่งเรียบ” และ “หยุด” (ออกเสียงอย่างฝึก)ไม่งั้นม้าจะเกิดอาการงงว่าจะให้ทันทำอะไรกันแน่
  • ที่ยืนของผู้ฝึก ผู้ฝึกจะต้องยืนให้ไหล่ของตนอยู่ประมาณหลังแนวไหล่ของม้าถ้าอยู่ล้ำหน้ามากผู้ฝึกจะไม่สามารถขับม้า ได้และถ้าอยู่ล้ำหลังม้ามากม้าก็ อาจจะเหวี่ยงตัวไปรอบๆ ได้อาจใช้เท้าแตะเชือกได้ถ้าม้าไม่ยอมเดิน
  • ต้องพยายามทุกวิถีทางอย่าให้ม้าโจนหลุดไปได้ ถ้าหากว่ามีสิ่งแสดงให้เห็นว่าม้าจะโจนหนีผู้ฝึกก็ควรใช้วิธีการนั่งลงทันที
  • การให้รางวัลในทันทีที่ม้าปฏิบัติตามได้ถูกต้อง เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากมาย
  • ต้องให้ขาหลังเคลื่อนที่ไปตามรอยขาหน้า หัวควรโค้งที่ท้ายทอยและเข้าในเล็กน้อย ส่วนลำตัวตั้งตรง
  • พื้นที่ๆ ใช้ในการตีวงควรเปลี่ยนแปลงให้ไกลออกไปเรื่อยๆ

ขั้นที่ 2

ใช้เวลา 6-9 บทเรียน ขั้นนี้ก็เช่นเดียวกับขั้นที่ 1 คือ ให้ผู้ช่วยเดินรอบไปพร้อมกับม้า เมื่อม้าเดินได้เรียบร้อยดีแล้ว ผู้ฝึกก็บอกให้ผู้ช่วยปล่อยมือจากขลุมจูง แต่การเดินก็คงเดินไปข้างหน้าม้าอย่างเดิมเรื่อยไปหมายเหตุ ในขั้นนี้ผู้ฝึกควรจะได้ลดการเคลื่อนของตนและเพิ่มความยาวของเลือกบังเหียนให้มีรัศมีของวงกลม

ขั้นที่ 3

ใช้เวลาจาก 12-18 บทเรียน ในขั้นนี้ผู้ฝึกสอนให้ม้าปฏิบัติโดยไม่มีผู้ช่วยทำการช่วยเหลือ เนื่องด้วยเป็นคราวแรกที่ม้าจะต้องปฏิบัติการโดยลำพังในระยะห่างจากผู้ฝึก นับว่าเป็นก้าวใหม่ที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องกระทำด้วยความระมัดระวังให้ดี กับควรกระทำในเมื่อม้าได้เข้าใจและเชื่อฟังในคำสั่งเป็นอย่างยิ่ง และเป็นอย่างดีแล้วในขั้นที่ 1 และ 2

ในขั้นต่อจากนี้ เมื่อให้ผู้ช่วยฝึกออกห่างไป ม้าอาจจะออกวิ่งควบ หากเป็นอย่างนี้จงใจเย็นไว้ปล่อยให้วิ่งเรื่อยไป หลังจากนั้น 2-3 นาที เมื่อสงบลงและอยากจะหยุด อย่าเพิ่งยอม

ให้ม้าหยุดทำให้วิ่งต่อไปอีก 1 หรือ 2 รอบ แล้วจึงเรียกผู้ช่วยเข้าหาช่วยให้ม้าเดินและสุดท้าย จึงให้หยุดนี่เป็นเรื่องหนึ่งในเมื่อผู้ฝึกไม่ต้องหยุดพยายามกระทำการควบคุมการเคลื่อนที่ของม้าด้วยเสียงของเขา เพราะว่าการไม่เชื่อฟังอย่างนี้ไม่สามารถที่จะบังคับได้ ซึ่งผลต่อมาจะทำให้ม้าเรียนรู้ถึงการขัดคำสั่ง

หมายเหตุ

  • การใช้ผู้ช่วยนั้นควรมีความมุ่งหมายเพียงให้รางวัลหรือระวังการไม่ปฏิบัติตาม คำสั่ง
  • ที่ยืนของผู้ช่วยนั้นควรจะเปลี่ยนที่ให้บ่อยๆ
  • ถึงตอนสุดท้ายของขั้นนี้ ม้าควรจะ ได้รับการฝึกให้หยุด ณ ที่หนึ่งที่ใดของวงกลม และไม่ใช่เฉพาะเผชิญหน้ากับผู้ช่วยเท่านั้น