กีฬาที่มีศิลปะของม้าประวัติกีฬาขี่ม้าในประเทศไทย

Horse riding Histoey

ประวัติกีฬาขี่ม้าในประเทศไทย

กีฬาขี่ม้ามีความเกี่ยวข้องกับมนุษย์มาตั้งแต่สมัยโบราณ ตั้งแต่เป็นสัตว์ใช้แรงงาน ใช้แทนพาหนะ จนกระทั่งการนำม้ามาใช้ในเกมกีฬา สำหรับประเทศไทย กีฬาขี่ม้าแพร่หลายครั้งแรกในปีพ.ศ.2519 ที่กองพลทหารม้า เขตพญาไท กรุงเทพฯ ในนามสมาคมนักขี่ม้าสมัครเล่นแห่งประเทศไทย (Thailand Amature Equestrian Association) และได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาคมโอลิมปิกในปีพ.ศ. 2520

ต่อมาในปีพ.ศ. 2536 ได้เปลี่ยนชื่อสมาคมเป็นสมาคมขี่ม้าแห่งประเทศไทย (Thailand Equestrian Federation) ปี พ.ศ. 2537 สมาคมฯ ได้ส่งนักกีฬาเข้าการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 12 ที่เมืองฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น และสามารถคว้าเหรียญทองแดงมาได้ จากนั้นปีพ.ศ. 2538 นักกีฬาขี่ม้าได้เข้าแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 18 คว้า 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง

พ.ศ. 2539 สมาคมขี่ม้ายังคงทำผลงานต่อเนื่อง นายกสมาคมขี่ม้าแห่งประเทศไทย พลเอกแป้ง มาลากุล ส่งนักกีฬาขี่ม้าเข้าร่วมแข่งกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่จังหวัดสระบุรี ทีมไทยได้เหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง อย่างละ 1 เหรียญ

กระทั่งถึงปัจจุบันในกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 17 ปี 2014 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าประเภทศิลปะบังคับม้าประเภททีม พร้อมด้วย เฉลิมฉาน ยศวิริยะพาณิชย์, ภคินี พันธาวา และรวิสรา เวชากร

  • พ.ศ. 2519 ก่อตั้งสมาคมนักขี่ม้าสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ต่อมาเปลี่ยนเป็นสมาคมขี่ม้าแห่งประเทศไทย
  • พ.ศ. 2520 เป็นสมาชิกในเครือโอลิมปิก
  • พ.ศ. 2526 เป็นสมาชิกของสมาพันธ์ขี่ม้านานาชาติ

อุปกรณ์การขี่ม้า

     กางเกงขี่ม้า มีอยู่ 2 แบบ คือ แบบบรีชเชส (Breeches) กับ แบบจ๊อดเพิร์ส (Jodhpurs) ทั้ง 2 แบบต่างกันที่รองเท้าที่จะใส่คู่กัน สังเกตได้จากขอบที่ขากางเกงขี่ม้า แบบจ๊อดเพิร์ส Jodhpurs จะมีเย็บขอบกลับออกมาให้ด้วย นั่นเป็นเพราะว่ากางเกงขี่ม้าแบบนี้จะใส่เวลาที่สวมรองเท้าขี่ม้าแบบหุ้มข้อ

ขณะที่แบบบรีชเชสตรงข้อเท้าจะเรียบยาว รัดรูปแนบไปกับน่องจนถึงข้อเท้า ใช้สำหรับใส่กับรองเท้าขี่ม้าแบบบู๊ต หรือรองเท้าขี่ม้าแบบทรงสูง การ พิจารณาเลือกซื้อให้ดูที่ผ้านิ่มๆ ใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี ข้อสำคัญให้สังเกตตรงก้น กับตรงหัวเข่าด้านใน จะมีผ้าอีกแผ่นเย็บติดอยู่ สำหรับไว้รับแรงกระแทก และแรงเสียดสีของเรากับอานม้า

รองเท้าขี่ม้า (Riding Boot) ถูกออกแบบมาให้มีส้น เพื่อป้อง กันไม่ให้เท้าของคนขี่ม้าเข้าไปติดกับโกลน ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงขึ้นได้ ทั้งนี้ โดยมาตรฐานรองเท้าขี่ม้าแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ

1.แบบบู๊ตสูง

ลักษณะ เป็นบู๊ตสูงจนถึงหัวเข่า ที่รองเท้าขี่ม้าต้องปิดน่องเพราะว่าการส่งคำสั่งให้ม้าจะอาศัยส้นเท้าและน่อง 1 ส่วน และส่งคำสั่งจากการถ่ายน้ำหนักที่สะโพกและก้นผ่านไปทางอานม้าอีกส่วนหนึ่ง จึงต้องป้องกันไว้ และ

2.แบบหุ้มข้อ

ใช้ร่วมกันกับสนับขาหรือสนับน่องเสื้อขี่ม้า (Riding Shirt) ควรเป็นเสื้อมีปก แขนสั้นหรือแขนยาวก็ได้ รัดกุมเหมาะสม คือ ยืดขยายได้ หายใจไม่ลำบาก หมวกขี่ม้า (Riding Helmet) ช่วยป้องกันอันตราย เนื่องจากกีฬาขี่ม้ามีความเสี่ยงในการจะพลัดตกจากหลังม้าได้ ทั้งจากความผิดพลาดของผู้ขี่เอง หรืออาจเพราะม้า หมวกขี่ม้าโดยทั่วไปมี 2 แบบ คือ แบบ Hard Hat ทำด้วยไฟเบอร์ แข็งแรง ทนต่อแรงกระแทกได้ดี และแบบ Crash Helmet มีความแข็งแรงมากกว่า Hard Hat ออกแบบมาเพื่อให้รับแรงกระแทกแรงๆ ได้ดี