6 อันดับ แบ็คขวาที่มีสกิลขั้นเทพทั้งเกมส์รุกและเกมส์รับ

แบ็คขวาที่มีสกิลขั้นเทพรุกก็เก่ง รับก็ดี

ในตำแหน่งแบ็คขวาก็ตำแหน่งที่ค่อนข้างเหนื่อยตำแหน่งหนึ่งในสนามเพราะแบ็คจะต้องวิ่งขึ้นลงในสนามเพื่อช่วยเกมส์รุกและรับเรียกได้ว่าเหนื่อยโครตที่ต้องขึ้นบุกและลงมาป้องกันอยู่อย่างนี้ตลอดทั้งเกมส์ ต้องบอกว่าเป็นตำแหน่งที่ทำงานคุ้มค่าเหนื่อยมาก เพราะฉนั่นความอึดของผู้เล่นคือสิ่งสำคัญของแบ็คขวา

6.ไคล์ วอล์คเกอร์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

มีคำถามมากมายเกี่ยวกับแบ็กขวาที่แพงที่สุดในโลกผู้นี้ แต่ เปีป กวาร์ดิโอล่า รู้ดีว่าเขาต้องเสริมทัพตำแหน่งดังกล่าว และวอล์คเกอร์คือกระบี่มือ 1

ไคล์ วอล์คเกอร์

หลังทำผลงานประทับใจในตำแหน่งวิงแบ็คฝั่งขวากับสเปอร์สเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา นักเตะจากเมืองเชฟฟิลด์ผู้นี้ก็ปรับตัวเข้ากับต้นสังกัดใหม่อย่างลงตัว เพราะระหว่างที่ซิตี้กำลังกลายเป็นทีมที่เก่งที่สุดของทวีป เขาก็คอยฉีกกราบข้างคู่ต่อสู้เป็นริ้วๆ ด้วยความเร็ว, ความแข็งแกร่ง และการเติมเกมบุกสุดมัน

การครองบอลที่เหนือกว่าแบบสุดๆ ของทีมเรือใบสีฟ้า ทำให้วอล์คกอร์กลายเป็นคนสำคัญของซิตี้ผู้ไร้เทียมทานในฤดูกาลนี้ เชื่อว่าเขาคงฝันถึงการชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก (และอาจตามมาอีกเพียบ) แล้วล่ะ

5.ฌิบริล ซิดิเบ้ (โมนาโก)

แชมป์ลีกเอิงฤดูกาลล่าสุดของ โมนาโก ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากเกมบุกเท่านั้น และในขณะที่ดาวดังมากมายจากไป ซิดิเบ้คือหนึ่งในคนที่ยังอยู่กับสโมสรแห่งนี้ต่อ

ฌิบริล ซิดิเบ้

ไม่ใช่ว่าไม่มีทีมสนใจนะ แต่โมนาโกยืนยันว่าจะไม่ปล่อยนักเตะออกจกทีมไปมากกว่านี้ในตลาดรอบเดียวมากกว่า ซิดิเบ้ที่ย้ายมาจาก ลีลล์ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2016 ยืนเกมรับอย่างมั่นคงทางกราบขวา เปิดโอกาสให้ แบ็งฌาแม็ง เมนดี้ ที่อยู่อีกฝั่งได้บุกเต็มสูบเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

โมนาโกอาจไม่บินสูงอย่างเคยในฤดูกาลนี้ แต่ซิดิเบ้ก็พัฒนาอย่างต่อเนื่องกับฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึง การลงสนามอย่างต่อเนื่องทำให้เชื่อได้ว่าเขาจะมีที่ยืนในรอบสุดท้ายกับทีมชาติฝรั่งเศสแน่ๆ และอาจรวมถึงโอกาสเติบใหญ่กับทีมใหม่ก็เป็นได้

4.อันโตนิโอ วาเลนเซีย (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

จากปีกขวาเมื่อครั้งแจ้งเกิด ตำแหน่งการยืนของวาเลนเซียก็ถอยร่นลงไปเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป แต่หลังจากที่ครั้งหนึ่งเคยเล่นเกมรับอย่างปวกเปียก ส่วนเกมบุกก็ไม่ดี เวลาและประสบการณ์ทำให้เขากลายร่างเป็นฟูลแบ็กที่แข็งแกร่ง, รวดเร็ว และคุมเกมริมเส้นได้อยู่หมัด

อันโตนิโอ วาเลนเซีย

3.ดานี่ การ์บาฆาล (เรอัล มาดริด)

การ์บาฆาลอาจจะถือเป็นแบ็กขวาโดยธรรมชาติที่ดีที่สุดในโลก ณ ขณะนี้ หลังจากที่ต่อสู้กับคู่แข่งหลายรายอย่าง อัลบาโร่ อาร์เบลัว และ ดานิโล่ จนชิงบัลลังก์ได้สำเร็จ เขาถือเป็นแบ็กขวาที่สมดุล เล่นเกมรับก็ได้ แถมเกมรุกยังดีด้วย

ดานี่ การ์บาฆาล

การที่ ซีเนดีน ซีดาน เลือกนักเตะดาวรุ่งไร้ประสบการณ์อย่าง อัชราฟ ฮาคิมี่ เป็นตัวสำรอง ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าความไว้วางใจที่มีต่อการ์บาฆาลนั้นมากขนาดไหน และนั่นทำให้เขายึดครองตัวจริงแบบไร้คู่แข่ง การติดเชื้อไวรัสอาจทำให้การ์บาฆาลหายหน้าหายตาไปบ้าง แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งเขาจากการล่าความสำเร็จได้

การที่ เรอัล มาดริด ให้ความสำคัญกับแนวรุกซุป’ตาร์ ทำให้ชื่อของการ์บาฆาลอาจจะหลุดจากโฟกัสไปบ้าง แต่เขาก็ถือเป็นหนึ่งในสุดยอดของสิ่งที่ทำอย่างไม่เป็นที่น่ากังขา ถือว่าทีมราชันชุดขาวเจอผู้ที่จะปักหลักตำแหน่งนี้ไปอีกนับ 10 ปีเจอแล้ว และด้วยวัยเพียง 25 ปี ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขายังมาไม่ถึงแต่อย่างใด

2.ดานี่ อัลเวส (เปแอสเช)

หลังจาก บาร์เซโลน่า มาด้วยสถานะ ‘ทริปเปิ้ลแชมป์’ ชีวิตของอัลเวสที่ ยูเวนตุส กลับไม่เป็นไปอย่างที่เขาหวังไว้ จนถึงกับบอกว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดแม้จะได้แชมป์กับทีมม้าลายก็เถอะ ก่อนที่เขาจะย้ายทีมอีกครั้งเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา กับการปฏิเสธแมนเชสเตอร์ ซิตี้เพื่อย้ายไปอยู่กับเปแอสเช

ดานี่ อัลเวส

การร่วมงานแบบเข้าขากับดาวดังแห่งอเมริกาใต้มากมาย รวมถึง เนย์มาร์ ที่เพิ่งย้ายมาใหม่เช่นกัน ทำให้อัลเวสทวงคืนสถานะหนึ่งในแบ็กขวาที่ดีที่สุดของโลกกลับมาได้สำเร็จ แม้เปแอสเชจะไร้เทียมทานในลีกเอิง แต่สิ่งที่สโมสรต้องการจริงๆ คงเป็นประสบการณ์ในถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกมากกว่า

คุณค่าที่แท้จริงของเขาน่าจะถูกตัดสินในรอบลึกๆ ของการแข่งขันที่กำลังจะมาถึง แต่จากที่ผ่านมา ก็คงไม่มีอะไรให้กังขาในตัวนักเตะวัย 34 ปีผู้นี้อีกแล้ว

1.โยชัว คิมมิช (บาเยิร์น มิวนิค)

นี่คือเด็กเทพจาก บาเยิร์น ซึ่งหลายคนเคยตั้งคำถามว่าจะมีใครมาแทนที่สุดยอดอย่าง ฟิลลิป ลาห์ม ได้ แต่คิมมิชก็ถือว่าใกล้เคียงมากกับผู้เล่นวัยเพียง 22 ปี

โยชัว คิมมิช

ทั้งคู่ถือเป็นผู้เล่นที่เอนกประสงค์สุดๆ เพราะนอกจากตำแหน่งแบ็กขวาแล้ว คิมมิชยังสามารถเล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็ก, กองกลางตัวรับ และกองกลางได้ด้วย แถมยังเล่นได้อย่างสุดยอดไม่ว่าตำแหน่งไหน ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากความอัจฉริยะทางแท็คติก หนึ่งในจุดแข็งที่สุดของเขา และต่างจากลาห์มที่เป็นนักเตะเกมรับโดยกำเนิด การที่คิมมิชเติบโตจากตำแหน่งที่สูงกว่าทำให้เขามีเซนส์เกมบุกที่มากกว่า